วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) ตั้งอยู่ที่ตำบลฉลอง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นวัดชื่อดังที่มีผู้คนจากทั่วประเทศหลั่งไหลมาสักการะ “ไอ้ไข่” เด็กวัดผู้ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเชื่อกันว่า ให้พรแม่นยำโดยเฉพาะด้านการค้าขาย โชคลาภ และความสำเร็จทางธุรกิจ
ความเป็นมาของไอ้ไข่ วัดเจดีย์
“ไอ้ไข่” คือดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเด็กวัดที่คอยปกปักรักษาวัดเจดีย์ ท่านเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างยิ่งในหมู่พ่อค้าแม่ค้า นักธุรกิจ และผู้แสวงหาโชค เนื่องจากมีผู้สมหวังจำนวนมากจากการขอพร เช่น ยอดขายพุ่ง ธุรกิจเติบโต ปิดยอดทะลุเป้า จึงเกิดธรรมเนียม “บนแล้วต้องแก้” โดยผู้ศรัทธามักถวายของโปรด เช่น ไก่ปูนปั้น ประทัด ชุดทหาร และของเล่นเด็ก
ขอบคุณภาพจาก Facebook: วัดเจดีย์ ไอ้ไข่
ตำนานไอ้ไข่
เมื่อครั้งปลายกรุงศรีอยุธยา หลวงพ่อทวด พระเถระผู้เปี่ยมด้วยญาณบารมี ได้เดินทางจากภาคใต้สู่กรุงศรีอยุธยา โดยมีเด็กชายวัยประมาณ 9–10 ขวบติดตามมาด้วย เพื่อคอยปรนนิบัติรับใช้ ระหว่างทางได้แวะพักที่วัดเจดีย์ เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อพบ “ขรัวทอง” สหธรรมิกผู้เป็นเจ้าอาวาส ณ วัดแห่งนี้ โดยเชื่อกันว่าบริเวณ “โพธิ์เสด็จ” คือจุดที่เป็นหลักฐานสำคัญของการมาเยือนของหลวงพ่อทวด
เมื่อหลวงพ่อทวดหยั่งรู้ด้วยญาณว่า วัดเจดีย์แห่งนี้จะกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญในอนาคต ท่านจึงมอบหมายให้เด็กชายผู้ติดตามอยู่ดูแลวัดนี้ พร้อมทั้งกล่าวว่า
“เจ้าจงอยู่ที่นี่เถิด ภายภาคหน้าจะเกิดสิ่งดีงาม”
เด็กชายจึงสัญญาและเริ่มทำหน้าที่เป็นเด็กวัดอยู่กับขรัวทอง
ในตำนานเมืองนครศรีธรรมราชมีการกล่าวถึงเด็กวัดคนนี้ว่า “ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์” แม้จะดูซุกซน แต่กลับมีพลังพิเศษและจิตใจมั่นคง จริงจังกับคำพูด เมื่อรับปากใครแล้วจะทำให้สำเร็จ แม้ต้องเสี่ยงอันตรายก็ตาม จึงเป็นที่รักของชาวบ้าน และมักมีคนมาขอความช่วยเหลือจากเขาอยู่เสมอ
ต่อมา เมื่อเด็กชายรู้ว่าหลวงพ่อทวดจะเดินทางกลับมาอีกครั้ง ด้วยกลัวว่าจะต้องจากวัดเจดีย์ไปตามคำสั่งเดิมของอาจารย์ เขาจึงตัดสินใจละสังขารของตนเองโดยการลงสระน้ำภายในวัด ด้วยเจตนาให้วิญญาณของตนเฝ้าวัดเจดีย์สืบไป เป็นจุดเริ่มต้นของการนับถือ “ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์” ว่าเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ผู้คอยคุ้มครองวัดและผู้ศรัทธา
จากตำนานท้องถิ่นสู่การค้นพบของ “ขุนพันธรักษ์ราชเดช”
ตำนานไอ้ไข่เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเมื่อ “ขุนพันธรักษ์ราชเดช” จอมขมังเวทย์แห่งเมืองนครฯ ได้รับข้อความจากหลวงพ่อทวดผ่านร่างทรง ระหว่างพิธีจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อทวด ปี พ.ศ. 2497 ซึ่งมีเนื้อความว่า:
“ท่านมาจากนครฯ รู้จักลูกศิษย์เราหรือไม่? เป็นเด็กวัดทางทิศเหนือของเมือง”
คำถามนี้นำไปสู่การค้นหา จนขุนพันธุ์ได้พบกับ “ผู้ใหญ่เที่ยง เมืองอินทร์” ผู้มีความรู้ในสายวิชาเดียวกัน และเป็นผู้สืบทอดตำนาน “ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์” มาโดยตรง
ขอบคุณภาพจาก Facebook: วัดเจดีย์ ไอ้ไข่
การสร้างรูปเคารพ “ไอ้ไข่”
ผู้ใหญ่เที่ยง ได้แกะรูปเคารพจากไม้ทองหลางเป็นรูปเด็กแก้ผ้า พร้อมมือขวากำหมัดวางที่อก มือซ้ายแนบลำตัว และนำมาประดิษฐานที่วัดเจดีย์ เมื่อ พ.ศ. 2525 พร้อมประกอบพิธีเรียกดวงจิตวิญญาณ และตั้งชื่อว่า “ไอ้ไข่” ซึ่งชื่อนี้เป็นที่เรียกขานกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีพิธีปลุกเสกเหรียญ “ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์” รุ่นแรกในปี พ.ศ. 2526
ความเชื่อและการบูชาจากคำบอกเล่าในยุคพ่อท่านเทิ่ม
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2526 พ่อท่านเทิ่ม เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ในขณะนั้น ได้ริเริ่มสร้างเหรียญบูชา “ไอ้ไข่” รุ่นแรกขึ้น พร้อมกับพัฒนาวัดไปอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลานั้นพื้นที่รอบวัดยังมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ จึงมีกองร้อยทหารพรานเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการชั่วคราวภายในวัด
ในคืนแรกที่เข้าพัก ทหารแทบทั้งกองไม่สามารถนอนหลับได้ เนื่องจากถูกรบกวนจากพลังลี้ลับ มีเสียงเด็กมาเล่นซน ดึงแขน ดึงขา บางรายถึงกับโดนของแข็งตีศีรษะหรือทำปืนล้ม สร้างความสับสนวุ่นวายไปทั่ว เมื่อเช้ารุ่งขึ้น พวกทหารได้เล่าเหตุการณ์นี้ให้ชาวบ้านฟัง ชาวบ้านจึงเล่าเรื่อง “ไอ้ไข่” ให้ฟัง และแนะนำให้ทหารกล่าวขอขมาพร้อมกับถวายอาหารเป็นเครื่องเซ่นให้กับไอ้ไข่
เมื่อทำตามคำแนะนำ ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความสงบในทันที ไม่มีเหตุการณ์ลึกลับรบกวนอีกเลย จากนั้นชื่อเสียงของ “ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์” ก็เริ่มแพร่หลายออกไปอย่างรวดเร็ว ผ่านการบอกเล่าของทหารพรานกลุ่มนั้น
ขอบคุณภาพจาก Facebook: วัดเจดีย์ ไอ้ไข่
การเรียกชื่อ “ไอ้ไข่”
แม้เวลาจะผ่านมานานหลายสิบปี และผู้คนรุ่นหลังที่ศรัทธาใน “ไอ้ไข่” จะมีอายุมากกว่าท่านก็ตาม แต่ทุกคนก็ยังนิยมเรียกขานด้วยชื่อเดิมว่า “ไอ้ไข่” เพราะชื่อเสียงของท่านผูกพันกับภาพลักษณ์ของ “เด็กชาย” มาโดยตลอด อีกทั้งเป็นคำที่เรียกขานกันจนคุ้นปาก ภาพของเด็กชายที่ยืนอยู่ในอิริยาบถซุกซนแต่เปี่ยมด้วยพลังศรัทธา ยังคงเป็นที่เคารพศรัทธาในหัวใจของพุทธศาสนิกชนจำนวนมากตราบถึงทุกวันนี้.
วิธีการเดินทาง:
🚗 เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ
- ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ไปทางชุมพร
- ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 41 มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช
- เมื่อถึงแยกท่าศาลา ให้เลี้ยวเข้าอำเภอสิชล แล้วขับต่อไปยังตำบลฉลอง
- จะมีป้ายบอกทางไป “วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่)” ตลอดเส้นทาง
- ระยะทางประมาณ 750 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 10-12 ชั่วโมง
✈️ เดินทางโดยเครื่องบิน
ปลายทาง: สนามบินนครศรีธรรมราช (NST)
- เมื่อถึงสนามบิน สามารถเช่ารถหรือใช้บริการรถแท็กซี่/รถตู้
- ระยะทางจากสนามบินไปวัดเจดีย์ประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
🚌 เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง
- มีรถทัวร์จากกรุงเทพฯ (สายใต้) ไปยังอำเภอสิชล หรืออำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
- จากนั้นสามารถต่อรถสองแถว/รถตู้ท้องถิ่น หรือเช่ารถไปวัดเจดีย์

